The Real Revolution (Thai/ไทย)

by Tony Cartalucci
(Original English Version here)

Believe it or not, being self-sufficient such as growing your own food is more

revolutionary than burning your own city to the ground, especially if you are burning it
down for a multi-
national corporate stooge like Thaksin Shinawatra.

ตั้งแต่วอชิงตันดึงตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือสู่วิกฤตที่ เมืองแต่ละเมืองตกเป็นเหยื่อของกับดักของทุนข้ามชาติ หลายคนหลงเข้าใจว่านี้คือการปฏิวัตที่จะทำให้ชีวิตนั้นดีขึ้น

แต่ในทางกลับกัน ระบบการปกครองที่จะมาแทนที่นักการเมืองทุนนิยม ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นหมากเพื่อให้โดนโค่นในการที่ จะเปลี่ยนการปกครองด้วยการควบคุมเศรฐกิจภายในนามบริษัทนายหน้าโดยสิ้นเชิง ซึ่งกรอบใหม่นี้จะนำพาชีวิตที่ทุนนิยมพยายามสร้างมายาของโลกแห่งความเจริญ โดยตัวแทนความเจริญนี้จะขึ้นตรงกับพวกทุนข้ามชาติใหญ่ๆ จำพวก IMF, WTO, World Bank และ UN ที่เป็นผู้สร้างศาสตร์เศรฐกิจซึ้งขัดกับความเป็นจริง

เราถูกชักจูงทางความคิด เช่นนิยามของการ’ปฏิวัต’ถูกวาดให้เกี่ยวโยงกับความรุนแรงและภาพของคนโบกธงชาติตามการประท้วงต่างๆที่เกิดจากปัญหาความเป็นอยู่ โดยที่คนพวกนี้กลับถูกมองข้าม แต่คราวนี้จะเป๊นการครอบงำ ไม่ต่างกับที่ทาร์ซิทัส(Tacitus)เปรียบกับยุทธวิธีที่กรุงโรมันใช้ครองบริทตาเนีย(Britania)

“เป้าหมายของเขาคือการทำให้พวกเขา(British)เคยชินกับชีวิตที่สะดวกและเรียบง่ายด้วย ระบบอุปถัมภ์ รวมถึงการช่วยเหลือในการสร้างสถานวัดวาอาราม สวนสาธารณและบ้าน ต่อจากนั้นเขาก็ครอบงำลูกๆของผู้นำให้มีความคิดเบี่ยงเบนไปทางเสรีนิยม โดยการข่มด้วยการชมศักยภาพของฝ่าย อังกฤษ(British)มากกว่าฝ่ายกัล(Gauls) ผลกลับกลายเป๊นจุดชนวนการใช้ภาษาลาตินอย่างแพร่หลาย และรวมถึงการใช้ชุดโทกะ(Toga)เป็นชุดประจำชาติ ซึ่งทำให้ผู้คนคิดได้แค่การสังสรรค์(Arcades) ธารากิจ(Baths) และงานเลี้ยงต่างๆ(Banquets) โดยพวกเขาหลงเข้าใจผิดว่าสิ่งพวกนี้คือความศิวิไลส์ ซึ่งแท้จริงแล้วคือหนึ่งในอุบายที่ใช้ในการปกครองทาส”

Tacitus Annals of Imperial Rome, translated Michael Grant, Penguin 1956, 1975, page 72

ถ้าเราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะตระหนักถึงสัจธรรมของสังคมสิวิไลส์ และวิธีการลวงสังคม ให้เสื่อมลง
(decadence)ควบกับความเห๊นแก่ตัว(complacency)ของสังคม ซึ่งช่วยสร้างอาณาจักรที่เขลาปัญญา ง่ายต่อการหลอกลวงและถูกเอาเปรียบ

การ”ปฏิวัต”

การปฏิวัตจะเกิดขึ้นได้จริงๆก็ต่อเมื่อทุกๆคนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราก่อน? ใครคือผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุด? และยุติการอุปถัมภ์ระบบนี้ นั่นหมายถึงการคว่ำบาตรการค้าที่ขาดจริยธรรม และเกื้อหนุนระบบที่เพิ่มความเสมอภาคและจีรัง

รายชื่อต่อไปเป็นชื่อของบริษัทและสถาบันที่เกี่ยวโยงกับภัยภิบัตทางการเมืองหรือการประท้วงในแต่ละประเทศในทุกวันนี้ เริ่มตั้งแต่สงครามจอมปลอมที่เวียตนามไปถึงโชว์ห่วยสงครามผู้ก่อการร้ายและแน่นอนที่สุดกับการสร้างสถาณการน์ความไม่สงบในตะวันออกกลางตามแผนพวกนายทุนข้ามชาติ เพื่อการปฎิสนธิของระบบปกครองใหม่ที่จะมีผลกับความเป็นอยู่ของคนเป็นล้านๆในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง

CFR Corporate Membership
Chatham House Major Corporate Membership
Chatham House Standard Corporate Membership
International Crisis Group Supporters
Movements.org Supporters

หลายๆคนคงมองว่าการคว่ำบาตรเครือข่ายบริการต่างๆนั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนหลายคนปฏิบัตอยู่ เริ่มจากการเลิกเสพข่าวจากรัฐบาลแล้วหันมาฟังข่าวที่เอาความจริงมาพูด ซึ้งโลกแห่งความบันเทิงเป็นธุรกิจที่ลอยตัวแล้ว จึงละเลยความรับผิดชอบในการเป๊นสื่อของประชาชน

ส่วนข่าวที่บอกความจริง จะมีประโยชน์ต่อการวางแผนในชีวิตจริง โดยสุดท้ายแล้วให้ประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย ต่างกับข่าวของรัฐบาลที่รับประโยชน์จากการบริโภคอย่างไร้สติของพวกเรา โดยไม่แยแสความเป็นอยู่ของประชากร

ที่เราทำได้และต้องทำคือให้การสนับสนุนและส่งเสริมข่าวแบบใหม่ที่เอาความจริงมาพูด และเอามาประยุกต์กับการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเป็นการลดอำนาจนายทุนข้ามชาติกับระบบของเขา ที่สุดท้ายเชื่อถือไม่ได้ หนำซ้ำยังเป็นผู้ถือเอกสิทธิแต่เพียงผู้เดียว

ถ้าคนหนุ่มสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนการเป็นทหาร ถ้าเราเลิกดื่มน้ำอัดลม(Coke,Pepsi) เลิกอุดหนุนห้างข้ามชาติ(Tesco, Carrefour) เลิกบริโภคอาหารขยะ(Mcdonald, KFC, BurgerKing) เลิกใช้บัตรเครดิต(Visa, Mastercard) ยกเลิกมันให้หมดให้เหลือแค่ที่จำเป็นเช่นอินเตอร์เนต(เพราะยังเป็นสื่อเดียวที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้) และคว่ำบาตรเครือข่ายของทุนข้ามชาติ เท่านี้แล้วนายทุนข้ามชาติพวกนี้จะเสกอำนาจและ ทุนเพื่อซื้อนักการเมืองหุ่นเชิดได้อย่างไร?

พวกเขาต้องการเราในการขยายอำนาจ แต่ในทางกลับกันเขาไม่จำเป็นสำหรับเรา และนั่นแหละคือความลับที่เขาไม่อยากให้เรารู้ เราจะเป็นไทได้ก็เมื่อเรารับผิดช อบต่อทรัพยากร(อาหาร น้ำ) การเงิน การผลิต อำนาจ และความปลอดภัยของประเทศ และนี่คือเอกราช เอกราชคือเสรี เราไม่ควรยึดติดกับภาพลักษณ์ของบริษัทข้ามชาติที่ได้แต่กัดกินสังคมเสรีในโลกแห่งความ”ศิวิไลซ์”

การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต่างแดน ควรเริ่มจากบ้านเราก่อน เช่นการคว่ำบาตรบริษัทข้ามชาติ เลิกอุดหนุนห้างต่างชาติ เลิกจำนนกับระบบที่เอาเปรียบของเขา เพื่อป้องกันปัญหาการเมืองที่มาจากนักการเมืองหุ่นเชิด นั้นแหละคือการปฏิวัตที่แท้จริงและทุกคนสามารถเริ่มทำได้วันนี้ ไม่ใช้การเผาธงชาติหรือเผาเมืองโดย”ไอ้โม่ง” แต่กลับสร้างความเป๊นเอกราชผ่านชุมชนที่ไม่ยึดติดและไม่สนับสนุนระบบที่คดโกงและไม่จีรัง